ค้นหาบล็อกนี้

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อย่าให้ถูกหลอกอีกต่อไป

มีคริสเตียนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่านี่คือรูปพระเยซูคริสต์เจ้า ทั้งๆที่รู้แล้วว่าไม่มีศาสดาศาสนาไหนในโลกมีรูปภาพต้นฉบับเลยสักองค์ แต่อะไรเล่าที่สาวกเหล่านี้จึงได้ลุ่มหลงบูชาอย่างเอาจริงเอาจัง แน่นอนเราไม่ใช่ไม่รู้ว่าหลายคนถือว่าเป็นเพียงแค่สัญญลักษณ์ แต่ไม่ใช่ทุกคนถือเพียงแค่นั้นแต่กราบไหว้บูชารูปภาพเหล่านี้เลย
Cesare Borgia 


นี่คือภาพของ Cesare Borgia ภาพบนที่ Leonardo da Vinci ได้วาดเอาไว้ ประวัติยาวมากครับแต่แน่ๆคือไม่ใช่พระเยซูครับ

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ทำไมเด็กอยู่ไม่สุข(ADHD): และสิ่งที่เราสามารถจัดการแก้ไขได้

ทำไมเด็กอยู่ไม่สุข(ADHD): และสิ่งที่เราสามารถจัดการแก้ไขได้

มีคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เปิดใจของเธอผ่านทางโทรศัพท์กับผม เธอบ่นว่าลูกชายอายุหกขวบของเธอไม่สามารถที่จะนั่งนิ่งๆตามปกติอยู่ในห้องเรียนเหมือนเด็กคนอิ่นๆ

ทางโรงเรียนต้องการที่จะตรวจสุขภาพของเขาสำหรับการเป็นเด็กสมาธิสั้น (ขาดดุลความสนใจและความผิดปกติ hyperactivity) มันเป็นเรื่องที่ผมคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นนักกิจกรรมบำบัดเด็ก ผมสังเกตเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ค่อนข้างพบบ่อยมากๆในเวลานี้

คุณแม่ท่านนี้ได้อธิบายวิธีการที่ลูกชายของเธอกลับมาบ้านทุกวันด้วยใบรายงานจากคุณครูว่าพฤติกรรมของลูกชายพอใช้ ในขณะที่เด็กคนอื่นมีพฤติกรรมที่ดี

ทุกวันลูกชายของเธอคนนี้ได้รับการเตือนว่าพฤติกรรมของเขาแย่ลง เพียงเพราะเขาไม่สามารถนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานานๆ

แม่เริ่มร้องไห้ “ตอนนี้เขาเริ่มที่จะชอบพูดว่า" ฉันเกลียดตัวเอง 'และ' ฉันไม่มีอะไรดีเลย. “ ความมั่นใจในตนเองของเขาดิ่งด่ำลงเพียงเพราะเขาควบคุมตัวเองให้อยู่นิ่งๆไม่ได้เท่านั้น

กว่าทศวรรษที่ผ่านมามีเด็กที่เป็นเช่นนี้มากขึ้นไปเรื่อยๆและมีการพบว่ามีปัญหาความสนใจและสมาธิสั้น(ADHD)

ครูประถมศึกษาในท้องถิ่นบอกผมว่าอย่างน้อยลูกศิษย์แปดคนในนักเรียนยี่สิบสองคนของเธอมีปัญหาในการตั้งใจฟัง ในบางครั้งคุณครูก็บังคับให้เด็กนั่งนิ่งๆนานเป็นเวลา สามสิบนาทีที่มันเป็นสิ่งที่ทรมานสำหรับเขาเป็นอย่างยิ่ง

ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ จะเห็นว่ายุคเวลานี้ มีเด็กออกวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ ถีบจักรยาน ปีนป่ายต้นไม้ เล่นชิงช้า ว่ายน้ำ ดังที่เคยเป็นในอดีตน้อยลง เวลาว่างเหล่านี้ได้ถูกกดดันด้วยการทำการบ้าน เล่นเกมส์ อินเตอร์เนท ผู้ปกครองกลัวที่ปล่อยลูกออกไปนอกบ้าน ยุ่งอยู่กับการทำงาน ฯลฯ

สรุปก็คือเด็กมีเวลาทำกิจกรรมนอกบ้านน้อยลง นี่คือต้นตอของปัญหา

ผมได้รับการเชิญจากคุณครูโรงเรียนชั้นป.ห้า เพื่อไปสังเกตุการณ์ในห้องเรียนของเธอ ผมค่อยๆย่องเข้าไปเงียบๆแล้วนั่งด้านหลังห้อง ผมแปลกใจในสิ่งที่ผมเห็นในวันนั้น เป็นช่วงชั่วโมงสุดท้ายของวันนั้น คุณครูกำลังอ่านหนังสือให้เด็กๆฟัง เด็กบางคนเอนเก้าอี้นั่ง โยกไปข้างหลังอย่างน่ากลัวจะหงายหลัง บางคนโยกเก้าอี้ไปมาไม่นิ่ง บางคนเคี้ยวปลายดินสอเล่น มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาขวดน้ำดื่มตีหัวตัวเองเป็นจังหวะ ผมไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลยและนี่เป็นโรงเรียนสำหรับปกติไม่ใช่โรงเรียนเด็กที่พิการอะไรเลย

จะบอกว่าเป็นช่วงก่อนเลิกเรียนก็ไม่ใช่ เพราะเราได้ตรวจสอบผลการเรียนของเด็กๆเหล่านี้เมื่อเทียบกับเด็กเมื่อสิบปีก่อนก็พบว่าในเด็กสิบสองคนจะมีเด็กที่มีทักษะการเคลื่นไหวร่างกายปกติเพียง คนเดียวเท่านั้น ผมตกใจกับผลที่เกิดขึ้นนี้ และเห็นว่าเราจะต้องรีบทำอะไรสักอย่างอย่างเร่งด่วนเลยละ

ไม่เพียงการเรียนของเด็กเหล่านี้จะตกลง ทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกายก็แย่ลงไปด้วย การพัฒนาทักษะร่างกายจะต้องให้ร่างกายทุกส่วนเคลื่อนไหวไปทุกด้าน ไม่ใช่เพียงวิ่งออกกำลังกายอาทิตย์ละครั้งหรือนานๆทีก็ไปเล่นกีฬา การพัฒนาทักษะร่างกายต้องทำเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างต่อเนี่องนานๆ

ดังนั้นเด็กๆเหล่านี้ที่ไปโรงเรียนในสภาพที่ร่างกายไม่พร้อมในการเรียนแล้วยิ่งไปให้เขานั่งนิ่งตั้งใจฟังก็เป็นเรื่องที่ยาก น่ารำคาญ ในที่สุดสมองก็ปิดการรับรู้ใดๆทั้งสิ้นและนี่แหละคือที่มาของการตกต่ำในการเรียน

บ้านจะต้องเริ่มหาทางแก้ใขให้เด็กๆเหล่านี้ทำกิจกรรมภายนอกมากขึ้น เพียงชั่วโมงเดียวหรือเคลื่อนไหวเพียงวันละยี่สิบนาทีไม่พอเพียงที่จะพัฒนาทักษะร่างกายของเด็กๆเลยยิ่งเด็กๆที่มีกิจกรรมภายนอกอยู่เสมอมากเท่าใด ก็จะมีการสร้างระบบประสาทที่มีสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น

การที่จะให้เด็กเรียนรู้ได้ดีมีทักษะที่ถูกต้อง ตั้งใจฟัง มีสมาธิที่ดี เราต้องไม่ให้เขาอยู่นิ่งโดยไม่มีโอกาสสร้างกิจกรรมที่ดีสำหรับเขาให้พอเพียงแท้จริงเพียงห้ามให้อยู่นิ่งๆหรือไม่ทำอะไรไม่ใช่เป็นหนทางแก้ไขกูกจุดและที่ดีเลย

แปลและเรียบเรียงย่อๆโดย ทัศนพงศ์ ล.สุวรัตน์







วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ไม่ใช่แพะรับบาปนะครับ

ไม่ใช่เอามารับบาปใครนะครับ
 ช่วงนี้ได้มีโอกาสไปโน่นมานี่ เห็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ถ้าสถานีวิทยุเปิดทำการได้เมื่อไหร่โอกาสเช่นนี้ก็จะทำได้ยากขึ้นครับ


ลูกชายอยากจะเลี้ยงแพะ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเขาก็เคยเลี้ยงมาแล้วตอนที่ยังเป็นเด็กๆกันอยู่ ก็ดีใจครับที่ได้เขามาอยู่ใกล้ๆพ่อแม่ฃ่วยดูแลสถานที่ให้เกิดประโยชน์ ขอบคุณพระเจ้าที่เขามีไอเดียเปิดรับอาสาสมัครมาฃ่วยทำงาน เราให้ที่พักและอาหาร 3 มื้อ แลกกับแรงงานครึ่งวัน ก็ได้ฟาร์มแพะ รั้วสถานี และดูแลสถานที่ได้แล้ว

 






 หลังจากล้อมคอกวัวนมเก่าของเราด้วยรั้ววายแมทตาถี่ๆ แล้วคอกในที่พักก็กั้นไว้อีกรอบหนึ่ง ที่พักก็ทำพื้นยกสูงให้แพะนอน

แพะไม่ชอบนอนกับพื้น

มีน้ำสะอาดให้แพะดื่ม และรางหญ้าให้กินเล่น มีไฟกลางคืนสักหน่อยคอยไล่สัตว์ร้าย ยุง แมลงต่างๆ

มีก้อนเกลือแร่ให้แพะเลียแร่ธาตุต่างๆ
แค่นี้ก็โอเคสำหรับการเลี้ยงแพะแล้วครับ


ระวังอย่าให้โดนฝน เพราะแพะเป็นหวัดง่ายมาก โดนฝนเมื่อไหร่ก็จะเป็นโน่นเป็นนี่ หายยากครับ


 พ่อพันธ์ซาแนนเคยได้รับรางวัลมาแล้วครับ
 นี่แหละครับพ่อพันธ์แพะนมครับ 35,000.บาทครับ
 ห้อยก้อนเกลือแร่ไว้ให้แพะเลีย เพิ่มวิตามิน
ที่ยืนบนแคร่นั้น พ่อพันธ์บอร์ครับ 30,000.บาท รางวัลที่ 1 จาก มทส.ครับ
 ชอบกินของสูงๆ อยู่รวมกันเป็นฝูง
 ชอบสงสัย อยากรู้อยากเห็น
 มองใหญ่ว่าผมกำลังทำอะไร
ชอบปีนป่าย กินยอดไม้
เลี้ยงแพะ เปิดโอกาสและช่องทางคนมาติดต่อพูดคุยตลอดเวลา คนสนใจเลี้ยงแพะมากครับ

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ปฏิวัติใครว่าไม่ดี

นี่ถ้าไม่มีการปฏิวัติก็คงไม่ได้มานั่งเขียนบล็อคเลยครับ แม้ว่าสถานีวิทยุชุมชนของเราไม่ได้ออกอากาศในช่วงนี้แต่ก็ไม่ได้หยุดเลยครับ



  • สิ่งแรกก็คือได้มีโอกาสชำระสะสางไฟล์เพลงต่างๆที่โหลดมาบ้าง เก็บไว้ที่โน่นที่นี่บ้าง เอามารวมกันเป็นที่เดียวกัน เพื่อสมองกลคอมพิวเตอร์จะได้ไม่ต้องปวดหัวตัวร้อน



  • จากนั้นก็ทำจิ้งเกิ้ล สปอต สถานี รายการต่างๆเสียใหม่เตรียมต้อนรับแฟนคลับเมื่อสถานีเปิดอีกที
  • ยังไม่รวมงานชุมชนที่ไปร่วมกับพี่น้องทั้งหลายที่เชิญไปร่วม เช่นงานแต่ง งานครบ 100 วัน ฯลฯ

  • โดนงูหรือตะขาบกัด











  • จัดทัวร์แฟนคลับไปเยี่ยมบ้านคนชรา แบ่งปันในคริสตจักร

















  • พาภรรยาไปหาหมอฟัน
  • ไปอบรม"โครงการเพิ่มรายได้ไร้ขยะ"ที่คริสตจักรนาเรียง อุดรธานี และคริสตจักรน้ำโสม อุดรธานี
  • หาซื้อแพะเข้าฟาร์มโมริยาห์

  • เอาเครื่องส่งไปตรวจสภาพและรับรองก่อนจะขออนุญาตต่อใบอนุญาตอีก 1 ปี

เรียกว่าสองอาทิตย์นี้ได้งานหลายอย่างครับ

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

ใครเป็นทุกข์มากกว่ากัน ระหว่างคนที่เกลียดเขา กับ คนที่ถูกเขาเกลียด

ความรักไม่มีเหตุผล  แต่ความเกลียดย่อมมีเหตุผลเสมอ

ถามตัวเองก่อนซิว่า ทำไมถึงเกลียด

1. อิจฉาริษยาหรือหมั่นไส้เขา ที่เขามีอะไรดีๆกว่า เช่น หน้าตาดีมีเสน่ห์กว่า มีฐานะการเงินดีกว่า มีความรู้ความสามารถมากกว่า  มีโชคดีมีความสุขมากกว่า  มีชื่อเสียงดีกว่า ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบขี้หน้าเขาได้

2. เขาทำให้ต้องสูญเสียผลประโยชน์อะไรบางอย่าง  เช่น ทำให้ต้องสูญเสียคนรักไป ทำให้ต้องสูญเสียเงิน สูญเสียงานไป ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบเขาได้

3. เขาทำอะไรที่ไม่ดี ไม่น่ารัก ขี้โม้โอ้อวด  นินทาว่าร้าย พูดจาเย้ยหยันเสียดสี หรือกลั่นแกล้ง ทรยศหักหลัง ก็อาจเป็นสาเหตุให้ไม่ชอบเขาได้อีกเหมือนกัน

4. แม้แต่คนที่เคยรักกัน เคยหลงใหลอย่างมากมาย  พอเขาหมดรัก หรือทิ้งไปมีคนรักใหม่  ก็อาจเป็นสาเหตุให้โกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังเขาได้อีกเหมือนกัน

5. แม้แต่คนที่เคยรัก  แต่เพราะเขาไม่เป็นได้ดังใจ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง  ก็อาจเป็นสาเหตุให้เรารู้สึกโกรธหรือเกลียดขึ้นมาได้ด้วย

6. ความคิดเห็นไม่ตรงกัน   ความคิดเห็นแตกต่างกัน  คนใจแคบ  ใจไม่เปิดกว้าง ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ไม่เคารพความคิดเห็น  หรือความเป็นส่วนตัวของคนอื่น  ก็อาจเป็นสาเหตุให้จงเกลียดจงชังอีกฝ่ายหนึ่งได้


แต่......  ไม่ว่าความรู้สึกโกรธ  เกลียด นั้นจะมีสาเหตุมาจากอะไรก็ตาม   คิดดูให้ดีสิว่า...คนที่เกลียดเขา  กับ  คนที่ถูกเขาเกลียดนั้น   ใครเป็นทุกข์มากกว่ากัน


พฤติกรรมที่กระทำต่อคนที่ตัวเองเกลียด:

1.  คิดแช่งชักหักกระดูก   อยากเห็นความพินาศวิบัติของเขา   เช่น อยากเห็นเขาตกต่ำ   เจ็บป่วย  มีอุบัติเหตุ  มีความทุกข์  ผิดหวัง  เสียใจ  เสียเงินเสียทอง  เสียชื่อเสียง   เสียเพื่อน   ได้รับความอับอาย   เสียหน้า  ฯลฯ

2. พูดหรือเขียนถ้อยคำต่อว่าต่อขานเขา   ด่าว่าเขา   นินทาเขา   ประจานเขา   สาบแช่งเขา   พูดหรือเขียนถ้อยคำส่อเสียด เหยียดหยามเขา   ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนเขา   พูดหรือเขียนถ้อยคำใส่ร้ายป้ายสีเขา  ยุแหย่ให้เขาถูกมองในแง่ร้าย   หรือ หาพวกมาร่วมเกลียดชังเขาด้วย ฯลฯ

3. บางคนอาจลงมือกระทำการตบตี  ใช้กำลังประทุษร้ายร่างกาย   หรือแม้แต่จะฆ่าให้ตายคามือ   หรือ  จ้างวานฆ่า   ด้วยความจงเกลียดจงชัง และผูกพยาบาทปองร้าย   หรืออาจโทรศัพท์ไปก่อกวน   สร้างความไม่สงบต่างๆ ฯลฯ


คนที่ถูกเขาเกลียด   อาจรู้ตัว   หรือ อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่ามีคนเกลียดและปองร้ายอยู่   ถ้าผู้ที่ถูกเกลียด  ไม่ได้เกลียดตอบ   คือ  ไม่ได้เป็นผู้ที่เกลียดเขาไปด้วย   จะมีพฤติกรรมดังนี้:


พฤติกรรมโต้ตอบกับคนที่เกลียดเรา:

1. หลีกเลี่ยงการพบปะพูดคุย   หลีกเลี่ยงการพูดถึงเขา   "จงอย่าเสียเวลาแม้แต่เล็กน้อย นึกถึงคนที่เขาไม่ชอบเรา"  เอาจิตใจและความคิดของเราไปนึกถึงคนที่เขารักเขาชอบเราดีกว่า สบายใจกว่ากันเยอะเลย  ถ้าเผลอไปนึกถึงคนที่เขาไม่ชอบเราเมื่อไร  ก็ให้เบนความสนใจไปเรื่องอื่นทันที  ฝึกทำอย่างนี้บ่อยๆ ก็จะเคยชินไปเอง   จำไว้ว่า  เวลาของชีวิตไม่ได้มีเหลือเฟือ   เอาเวลาไปใช้กับเรื่องที่คุ้มค่ากว่าการไปนึกถึงคนที่เขาไม่ชอบเราดีกว่านะ

2.  ถ้าเรายังมีความจำเป็นต้องติดต่อประสานงาน  หรือยังต้องอยู่ในสังคมเดียวกันกับคนที่เขาไม่ชอบอยู่  เราต้องมีวิธีทำใจ:

เปลี่ยนวิธีการคิดและวิธีการมองของเราเสียใหม่  ด้วยการใช้เหตุผลนำหน้าอารมณ์  ถามตัวเองว่า ทำไมเขาไม่ชอบเขา  เพราะอะไร     ถ้าเพียงเพราะเขาอิจฉาหรือหมั่นไส้เรา  เราก็ควรสงสารและเมตตาเขา ที่เรามีอะไรดีๆกว่าเขา   สอนใจตัวเองอย่างนี้บ่อยๆ  อีกหน่อยเราจะเป็นคนที่มีเมตตาเสมอ   ไม่สะทกสะท้านกับความรู้สึกเกลียดชังของคนอื่น  แต่กลับสงสารและเห็นใจ

ถ้าเขาทำไม่ดีกับเรา  ชอบนินทาว่าร้ายเรา ชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งเรา ทำให้เราสูญเสียผลประโยชน์  แทนที่เราจะไปโกรธไปแค้นเขา  เราก็ควรทำใจว่า  สิ่งที่เขาทำนั้น  เราคงไม่ต้องไปสะทกสะท้านอะไร  เพราะ  "บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น"  คนดี ย่อมทำแต่สิ่งดีๆ  คนที่ทำไม่ดีกับเรา  เพราะเขาเป็นคนไม่ดี   ถ้าเราไปโต้ตอบด้วยการทำไม่ดี เราเองต่างหากที่จะกลายเป็นคนไม่ดีซะเองด้วย

ถ้าหากเราต้องรับเคราะห์กรรมจากการกระทำกลั่นแกล้งของคนอื่น   นั่นเป็นเพราะเราอาจได้เคยกระทำไม่ดีต่อใครบางคนมาก่อน  แล้วสิ่งที่เราเคยทำไว้นั้น  ก็ย้อนกลับมาหาเรา   ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา   เราสมควรได้รับเสมอ   หากจะมีสิ่งใดไม่ดีเกิดขึ้นแก่ชีวิต   อย่าโทษใคร  เพื่อที่เราจะไม่ต้องรู้สึกโกรธหรือเกลียดใครตอบ    จงยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และหาหนทางแก้ไข ด้วยสติปัญญา  ไม่ใช้อารมณ์โกรธเกลียดในการแก้ปัญหา

จงมองคนที่ทำไม่ดีกับเรา มองด้วยเหตุผลว่า  เพราะเขาเป็นคนไม่ดี  เขาจึงทำไม่ดี   แต่เราไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์โกรธเกลียด    เขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งของเรา   เพียงแต่เราต้องรู้เท่าทันคน  ไม่ตกเป็นเหยื่อเขา และ ไม่ตกเป็นเหยื่ออารมณ์โกรธเกลียดของเราเอง    คนไหนไม่ดี  ถ้ายังต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน  เราก็คบหาแบบผิวเผิน   ไม่ต้องให้ความสนิทสนมมากนัก  แต่ไม่จำเป็นต้องโกรธเกลียดเขาเลย    ควบคุมอารมณ์และจิตใจตัวเองได้  เราจะควบคุมชะตากรรมของเราได้เสมอ  เพราะการควบคุมอารมณ์และจิตใจตัวเอง   คือการคิดอย่างมีสติมีปัญญานั่นเอง


ฉะนั้น   ไม่มีเหตุผลใดๆเลย  ที่จะทำให้เราต้องโกรธ  ต้องเกลียดใคร    เพราะ  การโกรธเกลียด  ทำให้ใจเราไม่มีความสุข และ ไม่มีความสงบ   ไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไร  เขาย่อมต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาเอง  สิ่งที่เขากระทำต่อคนอื่น  ย่อมย้อนกลับมาสู่ตัวเขาเสมอ  เหมือนบูมเมอแรง



วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

รักกันหน่อยนะครับ


คนจะรักกันได้ยาวนาน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะประคับประคองความรัก มีกฏหลากหลายหากทำได้ รับรองรักของคุณจะหวานชื่นและยาวนาน

กฎทองข้อที่ 1 เราจะไม่โกรธพร้อมกันทั้งสองคน อย่างที่คนโบราณเค้าว่า ถ้า..เขาร้อนเป็นไฟคุณก็ต้องเย็นให้ได้ดั่งน้ำ (น้ำเปล่านะ ไม่ใช่น้ำมัน)

กฎทองข้อที่ 2 เราจะไม่ตะโกนใส่กันเด็ดขาด (ยกเว้นตอนเกิดไฟไหม้บ้านกระทันหัน)

กฎทองข้อที่ 3 จำไว้ว่าไม่มีใครชอบคำติ หากจะคุยถึงสิ่งที่คุณไม่ชอบให้เขาทำ อย่าลืมพูดให้หวานๆ เข้าไว้ (ไม่ใช่พูดว่าน้ำตาลๆๆๆนะ)

กฎทองข้อที่ 4 เราจะไม่มารื้อฟื้นเรื่องบาดหมางในอดีต ถ้าจะคุยเรื่องเก่าๆ เลือกเรื่องหวานๆ ของสองเราจะดีกว่า (หวานอีกแล้วน้ำตาลยิ่งหาซื้อยากด้วย)

กฎทองข้อที่ 5 ทำให้เขารู้สึกว่า เขาสำคัญสำหรับคุณเสมอ (บ่อยๆก็ไม่ดีนะ เดี๋ยวจะได้ใจ ให้เขาคิดว่าเราก็สำคัญสำหรับเขาบ้างสิ)

กฎทองข้อที่ 6 สัญญากันนะว่าเราจะไม่โกรธกันข้ามคืน เพราะคุณนั่นแหล่ะจะนอนไม่หลับ คุยกันให้เข้าใจกันก่อนดีกว่าหันหลังให้กัน (ก็โทร.ไปหวังคุยแล้วแต่ไม่ยอมรับสาย แบบนี้มันน่าโกรธไหมล่ะ)

กฎทองข้อที่ 7 คุยกันให้มากหน่อย จะช่วยให้ความรักระหว่างเราเข้าใจกันมากขึ้น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ที่คุณเจอะเจอ เรื่องงานของคุณ หนังสือที่คุณเพิ่งอ่านจบ ลองเล่าสู่กันฟัง แล้วคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเราผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม (โหย...ไอ้ตอนรักกันน่ะไม่ต้องสอนเลย คุยกันได้ทุกเรื่องแหละ ไม่เห็นจะช่วยให้เข้าใจอะไรกันมากขึ้นเลย)

กฎทองข้อที่ 8 ถ้ารู้ตัวว่าทำผิดก็ขอโทษซะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียฟอร์มหรอก(ขอโทษน่ะทำได้ แต่ให้อภัยน่ะทำได้ด้วยหรือเปล่า)

กฎทองข้อที่ 9 อย่าเข้าใจผิดว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา หมายถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง เพราะการใส่ใจ คือการให้ความสนใจเต็มร้อยเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่คุณนั่งฟังเขาพูดแต่ดูทีวีไปด้วย (ช่วยไม่ได้ อยากมาพูดตอนละครฮิตหรือบอลนัดบิ๊กแมทฃ์กำลังออกอากาศอยู่)

กฎทองข้อที่ 10 อย่าลืมทำให้เขารู้ว่า เรายังรักกันเสมอ …

อย่าให้เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยชั่วไม่กี่นาทีตัดสินใจทำลายความสัมพันธ์ที่มีมา เพียงคำว่าอภัยและปรับตัวเข้าหากันใหม่ สิ่งดีๆ อาจมีขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว คุณเลือกที่จะยอมรับในสิ่งที่เค้าทำ แล้วรักษาสิ่งดีๆ ต่อไป หรือเลือกที่จะทำลายเมื่อคุณไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่คุณต้องการ

ข้อคิดก่อนเลิกงานวันนี้

1. เมื่อวานไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ จึงมีวันพรุ่งนี้ให้เราได้ทำสิ่งดีๆต่อไป 
2. คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณผ่านทุกปัญหาได้ คือ "ตัวคุณ" 
3. เรื่องวุ่นวายบนโลกมีอยู่ 2 อย่างเท่านั้นคือ "ไปหลงรัก" และ "ไปหลงเกลียด" 
4. ความสบายใจไม่ได้เกิดจากทำทุกสิ่งให้ได้ดังใจ แต่เกิดจากใจที่ยอมรับว่า ไม่มีอะไรที่จะได้ดังใจเราไปทั้งหมด 
5. ต่างคนต่างความคิดต่างจิตต่างใจ อย่าดูถูกความคิดใครถ้าความคิดต่าง
6. อ่านหนังสือออก สำคัญ อ่านเหตุการณ์ออก สำคัญกว่า อ่านคนอื่นออก สำคัญยิ่ง อ่านตนเองออก สำคัญที่สุด
7. ถ้าคิดได้ ให้ช่วยคิด ถ้าคิดไม่ได้ ให้ช่วยทำ ถ้าทำไม่ได้ ให้ความร่วมมือ ถ้าร่วมมือไม่ได้ ให้กำลังใจ แม้ให้กำลังใจไม่ได้ ให้สงบนิ่ง
8. ละได้ ใจก็สะอาด วางได้ ใจก็โล่ง ปลงได้ ใจก็เย็น อภัยได้ ใจก็สงบ
9. เงาจันทร์ เกิดจากความนิ่งของน้ำ ฉันใด ปัญญา เกิดจากความนิ่งของใจ ฉันนั้น
10. ไม่ใช่ความทุกข์ที่ทำให้เราคิดมาก แต่เป็นเพราะเราคิดมากทำให้เกิดความทุกข์
11. รู้จักให้ รู้จักรับ รู้จักปรับ รู้จักให้อภัย รู้จักแบ่ง รู้จักได้ รู้จักแข็ง รู้จักคลาย ชีวิตจะเบาสบาย และมีความสุข
12. หาที่สงบร้อยที่ ยังไม่ดีเท่าสงบที่ใจตน รู้จักคนร้อยคน ไม่ดีเท่ารู้จักตน เพียงคนเดียว
13. เมื่อมี จงรู้จักให้ เมื่อได้ จงรู้จักพอ เมื่อขอ จงรู้คุณค่า คนเราเกิดมา ถึงเวลา.........ก็ ต้องจากไป
14. สิ่งที่ย้อนไม่ได้ คือเวลา สิ่งที่หนีไม่ได้ คือความตาย สิ่งที่ชื้อไม่ได้ คือ สุขภาพ&ชีวิต สิ่งที่มองไม่เห็น คือใจคน สิ่งที่ต้องอดทน คือใจตัวเอง
15.ไฟไม่ได้ร้อน ถ้าเราไม่เอาตัวเข้าไปใกล้ ทุกข์ใดๆก็ไม่ทำให้เราหนัก ถ้าเราไม่เอาใจเข้าไปแบก
16. กำลังใจอาจหาได้จากคนรอบข้าง แต่ความเข้มแข็งเราต้องสร้างมันขึ้นเอง
17. บางครั้งกำลังใจนอกจากจะมีไว้ให้ใครๆ ก็ต้องเก็บไว้ให้ตัวเองด้วย
18. เมื่อตัดสินใจที่จะเดินไปข้างหน้า ก็อย่าหวั่นไหวกับปัญหาที่จะต้องพบเจอ
19. คนมีปัญญามักมองเห็นโอกาสในทุกๆปัญหา คนขาดปัญญามักมองเห็นปัญหาในทุกๆโอกาส
20. ทุกครั้งที่เรา ไม่เข้าใจกัน ไม่ผิดที่จะโกรธ แต่ผิดที่เราไม่ขอโทษกัน

21. จงเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข แค่นี้ก็เป็นคนโดยสมบูรณ์แล้ว